สารในกลุ่มกรดที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังนิยมใช้มายาวนานกลับกลายเป็นสิ่งที่มือใหม่สกินแคร์รู้สึกลังเลมากที่สุดชิ้นหนึ่ง แต่ถ้าเข้าใจหลักการตั้งแต่ต้น ความกลัวนั้นจะหายไปเองโดยอัตโนมัติ เพราะสารชนิดนี้มีประสิทธิภาพจริงเมื่อใช้อย่างถูกวิธี
Glycolic Acid หรือไกลโคลิค แอซิด จัดอยู่ในกลุ่ม Alpha Hydroxy Acids (AHA) มีโมเลกุลขนาดเล็กที่สุดในกลุ่มเดียวกัน ทำให้ซึมผ่านชั้นผิวได้ดีและมีประสิทธิภาพสูงในการผลัดเซลล์ผิวเก่าออก เผยผิวใหม่ที่กระจ่างใสและลดเลือนจุดด่างดำได้อย่างมีประสิทธิผล
สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยใช้ AHA มาก่อน ควรเริ่มที่ความเข้มข้น 5–8% เพื่อให้ผิวค่อย ๆ ปรับตัวโดยไม่ระคายเคือง เมื่อใช้ไปแล้ว 4–6 สัปดาห์จึงค่อยเพิ่มความเข้มข้นได้ ส่วนสูตรเข้มข้นสูงกว่า 20% นั้นควรอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
วิธีใช้ที่ถูกต้องคือเริ่มด้วยความถี่ 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ก่อน ทาบนผิวที่แห้งสนิทหลังล้างหน้าและรอประมาณ 5–10 นาทีก่อนทาผลิตภัณฑ์ถัดไป เพราะผิวที่ยังชื้นจะดูดซึมกรดได้เร็วจนอาจระคายเคืองได้
ตามด้วยมอยเจอไรเซอร์เสมอหลังการใช้ และไม่ควรข้ามขั้นตอนผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดในตอนเช้าโดยเด็ดขาด เพราะผิวจะไวต่อ UV มากขึ้นหลังการใช้สารในกลุ่ม AHA สัญญาณที่บอกว่าใช้มากเกินไปคือผิวแดง ลอก แสบ หรือตึงผิดปกติ ถ้าเกิดอาการเหล่านี้ให้หยุดพักผิว 1–2 สัปดาห์ก่อน
ลอรีอัล ปารีส นำสารชนิดนี้มาพัฒนาในไลน์ไกลโคลิค-ไบรท์ (Glycolic Bright) ซึ่งออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานประจำวัน ทั้งในรูปแบบโทนเนอร์ เซรั่มเข้มข้น และเดย์ครีม SPF30 ทุกผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนัง เหมาะแม้กระทั่งกับผิวบอบบาง
ข้อควรระวังอีกอย่างคือไม่ควรใช้ AHA พร้อมกับ Retinol หรือ Vitamin C เข้มข้นในขั้นตอนเดียวกัน เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงระคายเคือง แนะนำให้ใช้ AHA ตอนกลางคืน และใช้ Vitamin C ในตอนเช้าแทน การใช้คู่กับ Niacinamide ทำได้โดยไม่มีปัญหา
ผลลัพธ์มักเริ่มเห็นได้ในสัปดาห์ที่ 3–4 และชัดเจนขึ้นในเดือนที่ 2 ความสม่ำเสมอคือตัวแปรที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การเพิ่มความเข้มข้นให้มากขึ้น ค่อย ๆ ปรับตามที่ผิวบอก แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการเริ่มต้นที่ดี