สิวเป็นปัญหากวนใจในทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงผู้ใหญ่บางคนก็ยังคงเผชิญกับสิวอยู่ ปัญหาสิวไม่ได้เกิดจากความสกปรกเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม ฮอร์โมน ความเครียด หรือแม้แต่การพักผ่อนน้อย ยิ่งถ้าไปบีบ แคะ แกะ เกา สิวอาจลุกลามกลายเป็นสิวอักเสบได้ง่าย หลายคนอาจพยายามใช้ ครีมลดสิว หรือ เจลแต้มสิว แต่ไม่เห็นผลชัดเจน วันนี้เรามีตัวช่วยดี ๆ อย่าง ยาแต้มสิว ที่ช่วยให้สิวยุบจริง พร้อมลดโอกาสการเกิดรอยแดงและรอยดำหลังสิวหาย
วิธีใช้ยาแต้มสิวอย่างปลอดภัยต่อผิวหน้า
-
ทดสอบยาแต้มสิวบนจุดเล็ก ๆ ก่อนใช้ทั่วใบหน้า เพื่อตรวจสอบการแพ้
-
ศึกษาส่วนประกอบของ ครีมลดสิว หรือเจลแต้มสิว หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
-
เลือกใช้ความเข้มข้นและปริมาณให้เหมาะสมตามคำแนะนำข้างกล่อง
-
ใช้ในเวลาที่เหมาะสม เช่น ก่อนนอน หลีกเลี่ยงการทาแล้วออกแดดโดยตรง
-
รักษาความชุ่มชื้นของผิวหลังการใช้ยาแต้มสิว ด้วยครีมบำรุงผิวที่อ่อนโยน
-
หากเกิดการแพ้หรือระคายเคือง ควรลดปริมาณหรือหยุดใช้และปรึกษาแพทย์
-
ทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไปทุกครั้ง เพราะบางตัวยา เช่น วิตามินเอ อาจทำให้ผิวไวต่อแสง
ชี้เป้า Benzac ยาแต้มสิวที่ใช้ดีจนต้องบอกต่อ
หนึ่งในยาแต้มสิวที่ได้รับความนิยมคือ Benzac AC หลายคนสงสัยว่า benzac ช่วยอะไร คำตอบคือช่วยได้มากในการรักษาสิวอักเสบและสิวอุดตัน เพราะมีสารสำคัญคือ Benzoyl Peroxide ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบ และช่วยละลายหัวสิว อีกทั้งยังควบคุมความมันส่วนเกินได้ดี
Benzac มี 2 ระดับความเข้มข้นให้เลือก คือ Benzac AC 2.5% และ Benzac AC 5%
Benzac AC 5% ต่างจาก Benzac AC 2.5% อย่างไร
-
Benzac AC 2.5% เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น เนื่องจากมีความเข้มข้นต่ำ ลดโอกาสเกิดการระคายเคือง
-
Benzac AC 5% เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวหน้าแข็งแรง หรือมีปัญหาสิวอักเสบรุนแรง สิวหนอง และสิวอุดตัน เพราะมี Benzoyl Peroxide มากกว่า จึงช่วยลดการอักเสบและควบคุมความมันได้ดีกว่า
ใน Benzac AC 5% ยังมีสาร Acrylates Copolymer ที่ช่วยดูดซับความมันจากต่อมไขมัน ทำให้ผิวหน้ามันลดลง เหมาะกับคนที่มีผิวมันและเป็นสิวง่าย
เลือกซื้อยาแต้มสิวที่ไหนดี
สำหรับคนที่กำลังหายาแต้มสิวหรือเจลแต้มสิว สามารถเลือกช้อปได้ที่ วัตสันออนไลน์ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย พร้อมโปรโมชันพิเศษ (วัตสันโปร) ที่คุ้มค่าและสะดวก
นอกจากเรื่องสิว หลายคนอาจเจอปัญหาผิวหนังอื่น ๆ เช่น “ฝี” แล้วสงสัยว่า ฝีเกิดจากอะไร จริง ๆ แล้วฝีเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดการอักเสบเป็นหนอง ส่วนคำถามว่า ฝีเกิดจากอะไรวิธีแก้ วิธีพื้นฐานคือรักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงการบีบหรือกดเอง และควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง เช่น การให้ยาฆ่าเชื้อหรือการผ่าระบายหนอง
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นสิวหรือฝี ต่างก็มีสาเหตุจากเชื้อและการอักเสบเหมือนกัน เพียงแต่ตำแหน่งและความรุนแรงต่างกัน การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ควบคู่กับการดูแลสุขอนามัย จะช่วยให้ผิวแข็งแรง ลดการอักเสบ และฟื้นฟูได้เร็วขึ้น